ถ้าคุณเคยเล่น Concept แล้วรู้สึกว่า “คำถาม Yes/No มันช่วยอะไรได้ไม่เยอะหรอก เดาไปเลยง่ายกว่า” บทความนี้เกิดมาเพื่อเปลี่ยนความคิดนั้นโดยเฉพาะ เพราะจริง ๆ แล้ว ทริคบอร์ดเกม Concept ใช้คำถาม Yes/No ให้คุ้มทุกครั้งที่เดา คือหนึ่งในเครื่องมือทรงพลังที่สุดของฝั่งคนเดา ช่วยบีบโลกของคำตอบจากจักรวาลอันกว้างใหญ่ ให้เหลือแค่ “โซนเล็ก ๆ ที่น่าจะใช่” ก่อนยิงคำทายได้แบบมั่นใจกว่าเดิม

ในคืนบอร์ดเกมสบาย ๆ เราอาจสลับโหมดไป–มา ระหว่างนั่งจ้องกระดานไอคอนกับการเงยหน้าขึ้นมาดูโลกบนจอ บางคนแอบหยิบมือถือขึ้นมาเช็กผลบอล หรือเข้าไปดูอะไรลุ้น ๆ ในเว็บที่คุ้นมืออยู่แล้วอย่าง ทางเข้า UFABET ล่าสุด ก่อนกลับมานั่งหันหน้าเข้าหาเพื่อนแล้วเริ่มเดาคำต่อ สิ่งที่สองโลกนี้มีเหมือนกันคือ “ข้อมูลมันเยอะมาก” และเราต้องรู้ว่าจะถามอะไร เพื่อตัดตัวเลือกออกทีละชั้นให้ไวที่สุด
ทริคนี้จึงไม่ใช่แค่การถามสุ่ม ๆ ว่า “ใช่อันนี้ไหม?” แต่คือศิลปะของการใช้คำถามสั้น ๆ แบบ Yes/No เพื่อ “อ่านใจคนใบ้” และบังคับให้กระดานที่รก ๆ กลายเป็นภาพที่ชัดขึ้นในหัวเรา ภายในเวลาไม่กี่วินาที
ทำไมคำถาม Yes/No ถึงสำคัญกว่าที่คิดในบอร์ดเกม Concept
หลายคนมองว่า Concept เป็นเกม “ดูภาพแล้วเดาไปเรื่อย ๆ” แต่จริง ๆ แล้วสำหรับคนเดา คำถาม Yes/No คือเครื่องมือหลักในการจัดระเบียบความคิด
ลองดูว่ามันช่วยอะไรเราได้บ้าง
- ย่อจักรวาลคำตอบให้แคบลงทันที
จาก “อะไรก็ได้ทั้งโลก” เหลือแค่ “สิ่งของ / คน / หนัง / เมือง / ความรู้สึก ฯลฯ” - ป้องกันการเดามั่วจนหมดแรง
แทนที่จะยิงคำไป 10 ชื่อแบบฟุ้ง ๆ เราตั้งคำถามดี ๆ สัก 2–3 ข้อ แล้วค่อยเดาจากข้อมูลที่มี - ช่วยอ่านความคิดของคนใบ้
วิธีที่เขาตอบ “ใช่/ไม่ใช่” บางครั้งใบ้มากกว่าตัวไอคอนบนกระดานอีก เช่น น้ำเสียง hesitation สีหน้าขำ ๆ หรือท่าทางอึน ๆ (อันนี้แล้วแต่วงจะเล่นกันสบาย ๆ แค่ไหน) - สร้างการสื่อสารในวง
คำถามที่ดีช่วยดึงทุกคนกลับมาที่ภาพเดียวกัน ทำให้เพื่อนไม่รู้สึกว่ากำลังเล่นคนละเกม
ดังนั้น ถ้าเราใช้คำถาม Yes/No ให้คุ้ม เกมจะเปลี่ยนจาก “เดาหนังสือปิดตา” ไปเป็น “สืบสวนแบบมีทิศทาง” ทันที
หลักคิดของทริคบอร์ดเกม Concept ใช้คำถาม Yes/No ให้คุ้มทุกครั้งที่เดา
หัวใจคือ:
ทุกคำถามต้อง “ตัดอะไรออกเป็นก้อนใหญ่ ๆ ได้”
ไม่ใช่ถามเพื่อความอยากรู้เฉย ๆ
ให้คิดเสมอว่า ก่อนถามทุกครั้ง เราต้องตอบคำถามนี้ให้ตัวเองได้ก่อน
“ถ้าคำตอบคือ ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’ ฉันจะตัดอะไรทิ้งได้บ้าง?”
ถ้าไม่มีอะไรให้ตัดเลย แปลว่าคำถามนั้นยัง “ไม่คุ้ม” ที่จะถาม
เราสามารถแบ่งคำถาม Yes/No ที่ดีออกเป็น 4 แบบหลัก ๆ
- คำถามเพื่อ “แยกประเภทโลกของคำตอบ”
- คำถามเพื่อ “ล็อกกลุ่มคำตอบให้แคบลง”
- คำถามเพื่อ “เช็กทิศทางว่ามาถูกทางไหม”
- คำถามเพื่อ “รีเซ็ตเมื่อเริ่มหลงทาง”
เดี๋ยวเราจะค่อย ๆ ไล่ทีละแบบพร้อมตัวอย่างให้เห็นภาพ
แบบที่ 1 – คำถามแยกประเภทโลกของคำตอบ
นี่คือคำถามชุดแรกที่ควรถาม หลังจากมองกระดานแล้วพอจับโทนได้คร่าว ๆ
ตัวอย่างคำถามที่ดี เช่น
- “สิ่งที่ใบ้อยู่ เป็นคน ใช่ไหม?”
- “เป็น ของจริงที่จับต้องได้ ใช่ไหม?”
- “นี่คือ หนัง/การ์ตูน/ซีรีส์ ใช่ไหม?”
- “เป็น สถานที่บนโลกจริง ใช่ไหม?”
- “เป็น ความรู้สึก/แนวคิด มากกว่าสิ่งของ ใช่ไหม?”
ข้อดีของคำถามกลุ่มนี้คือ
- ถ้า “ใช่” → เราตัดประเภทอื่นทิ้งทั้งหมดได้เลย
- ถ้า “ไม่ใช่” → เราตัดประเภทนั้นทิ้ง แล้วไปโฟกัสอย่างอื่นแทน
ลองเทียบดู
- ไม่ถามอะไรเลย → คำตอบอาจเป็นคน หนัง เมือง อาหาร ความคิด ฯลฯ
- ถามแค่ “เป็นคนใช่ไหม?”
- ถ้าใช่ → โลกเหลือแค่ “คนจริง/ตัวละคร”
- ถ้าไม่ใช่ → โลกเหลือทุกอย่างยกเว้น “คน”
คุณจะรู้สึกได้ทันทีว่ากระดานที่ดูวุ่น ๆ เริ่มมีรูปทรงมากขึ้น
แบบที่ 2 – คำถามล็อกกลุ่มคำตอบให้แคบลง
เมื่อรู้แล้วว่าคำตอบอยู่ในโลกไหน เช่น โลกของ “คนจริง” หรือ “หนัง” ต่อไปคือคำถามที่ตัดให้แคบลงในโลกนั้น ๆ
ตัวอย่างเช่น ถ้ารู้แล้วว่าเป็น “คนจริง”
- “เป็น ผู้ชาย ใช่ไหม?”
- “เป็น คนยุคปัจจุบันมากกว่าคนสมัยก่อน ใช่ไหม?”
- “เป็น คนดังระดับโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศเดียว ใช่ไหม?”
- “เกี่ยวกับ กีฬา มากกว่าศิลปิน/นักแสดง ใช่ไหม?”
หรือถ้ารู้แล้วว่าเป็น “หนัง”
- “เป็น หนังฮอลลีวูด ใช่ไหม?”
- “เป็น หนังที่มีภาคต่อ ใช่ไหม?”
- “เน้น แอ็กชัน มากกว่าแนวอื่นใช่ไหม?”
คำถามพวกนี้ไม่จำเป็นต้องทำให้เดาได้ทันที แต่จะทำให้คำตอบที่เป็นไปได้ลดจาก “หลายสิบ” เหลือแค่ “ไม่กี่ชื่อ” ในหัว
แบบที่ 3 – คำถามเช็กทิศทาง (เรามาถูกทางไหม?)
บางทีเราเริ่มเดาไปแล้ว แต่ไม่แน่ใจว่ากำลังเดินเข้าใกล้หรือเดินออกห่างจากคำตอบ คำถามเช็กทิศทางช่วยได้มาก
ตัวอย่างเช่น
- “จากไอคอนที่วางอยู่ตอนนี้ เราคิดว่าเกี่ยวกับ กีฬา ถูกไหม?”
- “ตอนนี้เราคิดว่าเป็น เมืองท่องเที่ยว มากกว่าอย่างอื่น แบบนี้ไปถูกทางไหม?”
- “เราเดาว่าเป็นแนว หนังสยองขวัญ อยู่นะ ยังอยู่ในโซนนั้นไหม?”
คำถามแบบนี้เหมือนถามว่า
“ทิศที่เราเดินอยู่ตอนนี้ ควรเดินต่อ หรือควรเลี้ยว?”
ถ้าคนใบ้ตอบว่า “ใช่ ๆ อยู่ในโซนนั้นแหละ” เราจะมั่นใจขึ้น
แต่ถ้าเขาบอกว่า “ไม่เลย ออกนอกเรื่องไปไกลแล้ว” นั่นคือสัญญาณให้รีบกลับรถ
แบบที่ 4 – คำถามรีเซ็ตเมื่อเริ่มหลงทาง
มีบางตาที่ไม่ว่าจะถามยังไง ก็รู้สึกไปไม่ถึงสักที แบบนี้ต้องยอมรับว่า “เราหลงป่าแล้ว” แล้วใช้คำถามรีเซ็ต เช่น
- “ถ้าให้แคบลงแบบโหด ๆ เลย ตอนนี้เรา เข้าใจประเภทของคำตอบผิด อยู่หรือเปล่า?”
- “จากสิ่งที่เราพูดมาทั้งหมด มีอะไรมั้ยที่เราควรลืมไปเลย?”
บางทีคนใบ้อาจตอบด้วยรอยยิ้มว่า
“ความจริงแล้วไม่เกี่ยวกับกีฬาเลยนะ ลืมโซนนั้นไปได้เลย”
แค่นี้เราก็รีเซ็ตทิศทางใหม่ แล้วเริ่มถามแบบแยกประเภทอีกครั้ง
ใช้คำถาม Yes/No ยังไง ให้ไม่กลายเป็นการสอบปากคำ
แม้ทริคนี้จะดี แต่ถ้าใช้ไม่ระวังก็ทำให้โต๊ะเครียดได้เหมือนกัน เราเลยต้องบาลานซ์ระหว่าง
- ถามให้คุ้ม
- กับไม่ทำให้คนใบ้รู้สึกเหมือนโดนสัมภาษณ์งาน
เคล็ดลับง่าย ๆ คือ
- ถามทีละข้อ แต่ให้ทุกคนในโต๊ะ “ได้ยินและเข้าใจร่วมกัน”
- ให้เพื่อนช่วยกันเสนอคำถาม เช่น “งั้นถามแบบนี้ดีไหม…?”
- ใช้น้ำเสียงเล่น ๆ เช่น “ขอเดานิดนึงนะว่า…” แทนคำสั่งเครียด ๆ
บรรยากาศแบบนี้จะทำให้คำถาม Yes/No ดูเป็นส่วนหนึ่งของความสนุก ไม่ใช่ดราม่าแบบสอบสวนพยาน
ตารางตัวอย่าง: คำถาม Yes/No ที่ “คุ้ม” กับ “ไม่คุ้ม”
| สถานการณ์บนกระดาน | คำถามที่คุ้ม (ดี) | ทำไมถึงดี | คำถามที่ไม่คุ้ม (ไม่น่าใช้) |
|---|---|---|---|
| ยังไม่รู้เลยว่าคำตอบเป็นอะไร | “สิ่งนี้เป็นคนจริงใช่ไหม?” | ตัดคำตอบได้ครึ่งโลกทันที | “เขาผมยาวไหม?” (ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเป็นคนหรือเปล่า) |
| รู้แล้วว่าเป็นคน แต่ยังไม่รู้สายไหน | “เกี่ยวกับกีฬาใช่ไหม?” | แยกสายกีฬา vs สายบันเทิงได้ชัด | “สูงเกิน 180 ไหม?” (ละเอียดเกินในช่วงต้น) |
| รู้แล้วว่าเกี่ยวกับกีฬา | “ดังในระดับโลกใช่ไหม?” | ตัดนักกีฬาที่ดังแค่บางประเทศทิ้ง | “เคยแข่งในปี XXXX ไหม?” (จำปีไม่ได้ก็จบ) |
| รู้แล้วว่าเป็นหนัง | “เป็นหนังฮอลลีวูดใช่ไหม?” | แยกหนังฝรั่ง vs หนังชาติอื่น | “นักแสดงนำเกิดประเทศอะไร?” (ลึกเกินจำเป็น) |
| เดาไปไกลแล้วรู้สึกเริ่มหลุดทาง | “ตอนนี้เราไปคนละทางกับที่คิดไว้เยอะไหม?” | เปิดช่องให้คนใบ้ช่วยดึงกลับเส้นทาง | “เรางงมาก เธอบอกมาเลยว่าคืออะไรได้ไหม” (จบเกมเลย) |
| มีไอคอนอารมณ์เยอะ แต่ไม่รู้ใช้ยังไง | “โทนเรื่องเป็นบวกมากกว่าลบใช่ไหม?” | ตัดครึ่งโลกของอารมณ์ได้ในทันที | “ตัวละครในเรื่องร้องไห้กี่ครั้ง?” (เกินไปมาก) |
ตัวอย่างสถานการณ์จริงบนโต๊ะ: ใช้คำถาม Yes/No แล้วเกมเปลี่ยนทันที
ลองจำลองให้เห็นภาพแบบบทสนทนาสั้น ๆ
ตัวอย่างที่ 1 – จากงมมืด ไปสู่คำเดียวเป๊ะ
คำตอบ: นักฟุตบอลระดับโลกคนหนึ่ง
กระดาน:
- ไอคอนคน, กีฬา, ลูกบอล, ถ้วยรางวัล, ธงประเทศในยุโรป
คนเดา A:
เอ่อ… เป็นนักกีฬาใช่ไหม?
คนใบ้:
ใช่
โลกคำตอบย่อเหลือแค่ “นักกีฬา”
คนเดา B:
กีฬาเป็นลูกบอลกลม ๆ ใช่ไหม?
คนใบ้:
ใช่
ตอนนี้แคบเหลือ “ฟุตบอล” แล้ว
คนเดา C:
ดังระดับโลกใช่ไหม หรือดังกว่าประเทศเดียว?
คนใบ้:
ระดับโลกแน่นอนเลย
จากคำถามแค่ 3 ข้อ ทุกคนในโต๊ะเริ่มยิงชื่อใน “ชุดนักฟุตบอลระดับโลก” ทันที เหลือไม่กี่ตัวเลือกให้สลับเดา
ตัวอย่างที่ 2 – ถามผิดทาง แล้วต้องรีเซ็ต
คราวนี้คำตอบคือ “เมืองท่องเที่ยวริมทะเล”
กระดาน: ทะเล, แสงแดด, ตึก, เครื่องบิน, รอยยิ้ม
แต่คนเดาโดดไปถามว่า
เป็นหนังใช่ไหม?
เป็นการ์ตูนไหม?
เนื้อเรื่องมีความรักไหม?
คนใบ้ตอบ “ไม่” หมดทุกข้อ โต๊ะเริ่มเหนื่อย เราเลยใช้คำถามรีเซ็ตว่า
“โอเค งั้นขอถามใหม่… สิ่งนี้เป็นสถานที่จริงใช่ไหม?”
คนใบ้ยิ้มแล้วตอบว่า “ใช่!”
เท่านั้นแหละ ทุกคนก็หันกลับมามองไอคอนทะเล แสงแดด เครื่องบิน แล้วเริ่มเดาไปทาง “เมือง/เกาะท่องเที่ยว” แทนในทันที
ใช้คำถาม Yes/No ร่วมกับการอ่านไอคอนเป็นชุด
ถ้าเอาทริคนี้ไปผสมกับทริค “อ่านไอคอนเป็นชุด” ที่เราเคยคุยกัน เกมจะยิ่งลื่นขึ้น
เช่น คุณเห็นว่า
- Cluster A: คน + เวที + ถ้วยรางวัล
- Cluster B: ธงประเทศ + เมืองใหญ่
- Cluster C: ผู้ชม + เสียงเชียร์
คำถามแรกที่คุ้มมากคือ
“สิ่งที่ใบ้อยู่ เป็น คนจริง ใช่ไหม?”
ถ้า “ใช่” → คุณจะมั่นใจว่า Cluster A คือ “นักกีฬา/คนดัง” ไม่ใช่ “หนังเกี่ยวกับกีฬา”
แล้วตามด้วยคำถามแคบลง เช่น
“งานหลักของเขาเกี่ยวกับกีฬาใช่ไหม?”
แบบนี้คำถามแต่ละข้อจะไม่โดดลอย ๆ แต่ยึดกับสิ่งที่เห็นบนกระดานเสมอ
ไม่ใช่แค่ในบอร์ดเกม – ศิลปะการถาม Yes/No ใช้ในชีวิตจริงได้เพียบ
แนวคิดจาก ทริคบอร์ดเกม Concept ใช้คำถาม Yes/No ให้คุ้มทุกครั้งที่เดา จริง ๆ เอาไปใช้ในชีวิตประจำวันได้เลย
- เวลาอ่านข้อมูลเยอะ ๆ → ถามตัวเองว่า “ข้อมูลนี้เกี่ยวกับเรื่องนี้ใช่ไหม?” เพื่อตัดส่วนที่ไม่จำเป็น
- เวลาเจอปัญหา → ถามเป็น Yes/No เพื่อตัดตัวเลือก เช่น “ต้องแก้เรื่องคนก่อนใช่ไหม ไม่ใช่เรื่องระบบ?”
- เวลาใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ที่มีข้อมูลมหาศาล → เราก็ใช้ฟิลเตอร์แบบเดียวกัน เช่น การเลือกประเภทกีฬา ลีก คู่แข่งขัน ถ้าคุณเคยเข้าไปจัดการอะไรในเว็บที่คุ้นเคยอย่าง สมัคร UFABET แล้วใช้เมนูต่าง ๆ เพื่อกรองข้อมูล นั่นก็เหมือนการถาม Yes/No กับระบบนั่นแหละ
เมื่อเราเริ่มเคยชินกับการตั้งคำถามที่ “ตัดอะไรออกได้จริง” สมองจะทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น ไม่ว่าจะอยู่บนกระดาน Concept หรือในชีวิตจริง
แบบฝึกซ้อม: ฝึกใช้คำถาม Yes/No ให้คุ้มทั้งคนเดียวและทั้งวง
ฝึกคนเดียว
- หยิบการ์ดคำมา 1 ใบ (ไม่ต้องดูคำตอบก่อน)
- ลองตั้งคำถาม Yes/No ที่ “ตัดโลกของคำตอบได้เยอะที่สุด” สัก 5 ข้อ
- ตรวจคำตอบทีหลังว่า ถ้าเราได้คำว่าใช่/ไม่ใช่ จะช่วยให้เดาได้เร็วขึ้นจริงไหม
ฝึกทั้งวง
โหมด 1: “ต้องถามก่อนเดา”
- ตั้งกติกาว่า ทุกคนต้องถาม Yes/No อย่างน้อยคนละ 1 คำถาม ก่อนมีใครเดาชื่อจริงได้
- ทำให้คนชินกับการ “คิดคำถาม” ไม่ใช่แค่ยิงคำตอบ
โหมด 2: “คะแนนโบนัสคำถามดี”
- ถ้าคนในวงเห็นว่าคำถามของใครตัดโลกคำตอบได้คมมาก ให้คะแนนโบนัส 1 แต้ม
- แบบนี้จะกระตุ้นให้ทุกคนตั้งใจออกแบบคำถามแทนที่จะถามมั่ว ๆ
FAQ – คำถามเกี่ยวกับทริคบอร์ดเกม Concept ใช้คำถาม Yes/No ให้คุ้มทุกครั้งที่เดา
ถาม: ถามคำถามเยอะไป จะทำให้เกมช้าและน่าเบื่อไหม?
ตอบ: จะช้าแค่ช่วงแรก ๆ ที่ทุกคนยังหาจังหวะไม่เจอ แต่ถ้าถามอย่างมีระบบ (แยกประเภท → แคบกลุ่ม → เช็กทาง) เกมจะเร็วขึ้นด้วยซ้ำ เพราะลดเวลาที่เสียไปกับการเดามั่ว ๆ ที่ไม่เข้าใกล้คำตอบเลย
ถาม: ต้องรอให้คนใบ้บอกก่อนว่าถามได้ไหม หรือควรถามเลย?
ตอบ: ส่วนใหญ่กติกาโต๊ะจะปล่อยให้ถามได้ตลอด ขอแค่ไม่พูดแทรกวุ่นวายจนคนอื่นฟังคำตอบไม่รู้เรื่อง แนะนำให้เว้นจังหวะถามตอนที่คนใบ้เพิ่งวางไอคอนชุดใหม่ จะได้ผูกคำถามกับข้อมูลล่าสุดบนกระดาน
ถาม: ถ้าคนใบ้ตอบ Yes/No แบบไม่มั่นใจ (เช่น “เอ่อ…น่าจะใช่”) เราควรทำยังไง?
ตอบ: ให้ถือว่าคำตอบนั้น “มีโอกาสผิด” แล้วอย่าเพิ่งทิ้งตัวเลือกอื่นหมด ใช้คำถามเช็กทิศทางเสริม เช่น “โอเค งั้นถือว่าอยู่ในโซนนั้น แต่ไม่ได้เป๊ะมากใช่ไหม?” เพื่อประเมินระดับความมั่นใจของเขา แล้วค่อยเดาแบบเผื่อ ๆ
ถาม: ควรถามคำถามละเอียดแค่ไหนถึงจะคุ้ม?
ตอบ: หลักง่าย ๆ คือ “คำถามแรก ๆ ต้องตัดได้ทีละเยอะ” เช่น ตัดทั้งประเภท/ทั้งกลุ่มคน อย่าเพิ่งถามระดับจุกจิกอย่างสูงเท่าไหร่ เกิดปีไหน ใส่เสื้อตัวอะไร ฯลฯ เพราะถึงรู้ก็ไม่ได้ช่วยบีบคำตอบในช่วงต้นมากนัก
ถาม: ถ้าเพื่อนบางคนไม่กล้าถาม กลัวโดนมองว่าถามโง่ ทำไงดี?
ตอบ: สร้างบรรยากาศให้คำถามทุกข้อ “มีค่า” เช่น ให้ชมกันตรง ๆ ว่า “คำถามเมื่อกี้ดีมากเลย ทำให้เราเข้าใจทันทีว่าไม่ใช่หนัง” หรือให้มีกติกาคะแนนโบนัสสำหรับคำถามดี ๆ จะช่วยให้คนอื่นกล้าถามตามมากขึ้น
ถาม: ใช้ทริคคำถาม Yes/No ในโหมดแข่งคะแนนกับอีกทีมได้ไหม หรือจะช่วยทีมเขาด้วย?
ตอบ: ได้แน่นอน แต่อาจต้องระวังไม่ให้แบ่งปันข้อมูลมากเกินไป ถ้ากติกาอนุญาตให้ทีมผลัดกันถาม ให้พูดคุยในทีมก่อนว่าจะถามอะไรดี เพื่อไม่ให้คำถามของเรากลายเป็นการช่วยอีกทีมแบบฟรี ๆ
ถาม: มีจังหวะไหนที่ควรหยุดถามแล้วหันไปเดาเลย?
ตอบ: ใช่ เพราะถ้าข้อมูลเริ่มชัดจนเหลือคำตอบในหัวไม่กี่ชื่อ การถามเพิ่มอาจไม่ช่วยอะไรแล้ว เกณฑ์ง่าย ๆ คือ ถ้าคุณสามารถเขียน “รายชื่อคำตอบที่เป็นไปได้” ได้ไม่เกิน 3–4 รายการในหัว แสดงว่าถึงเวลาลองเดาแบบจริงจังแล้ว
บทส่งท้าย: ทริคบอร์ดเกม Concept ใช้คำถาม Yes/No ให้คุ้มทุกครั้งที่เดา เป็นสกิลสืบสวนที่พกติดตัวได้ทุกวง
สุดท้ายแล้ว ทริคบอร์ดเกม Concept ใช้คำถาม Yes/No ให้คุ้มทุกครั้งที่เดา ไม่ใช่แค่ทริคไว้ใช้ตอนเล่นเกมเท่านั้น แต่มันทำให้เราเรียนรู้วิธีตั้งคำถามที่มีค่าในชีวิตจริงไปพร้อมกัน ทั้งเวลาคุยงาน ตัดสินใจ หรือแม้แต่ตอนเราไปลุ้นอะไรสนุก ๆ บนหน้าจอมือถือของตัวเอง เวลาเปิดเว็บที่คุ้นเคยอย่าง ยูฟ่าเบท เราก็กรองข้อมูลด้วยคำถามในหัวไม่ต่างกัน – แค่เปลี่ยนจากถามเพื่อน เป็นถามระบบแทน
บนโต๊ะ Concept การถาม Yes/No อย่างมีศิลปะ จะเปลี่ยนเรา จากคนที่เอาแต่ยิงคำเดามั่ว ๆ ให้กลายเป็น “นักสืบของวง” ที่ค่อย ๆ บีบวงคำตอบจากกว้างไปแคบอย่างมีเหตุผล ทุกคำถามที่ถามออกไป ไม่ใช่เพราะอยากพูดอะไรสักอย่าง แต่เพราะมันช่วยให้ทุกคนเข้าใจภาพเดียวกันมากขึ้น
ครั้งหน้าที่คุณนั่งฝั่งคนเดา มองกระดานเต็มไปด้วยไอคอน แล้วรู้สึกว่าสมองเริ่มมึน ลองหยุดหายใจลึก ๆ หนึ่งที แล้วถามตัวเองว่า
“คำถามแบบไหน ที่ถ้าได้คำว่า ‘ใช่’ หรือ ‘ไม่ใช่’ จะช่วยตัดโลกของคำตอบออกไปได้เยอะที่สุด?”
จากนั้นให้คำถาม Yes/No ข้อนั้นออกจากปากคุณอย่างมั่นใจ แล้วค่อยปล่อยให้ทริคบอร์ดเกม Concept ใช้คำถาม Yes/No ให้คุ้มทุกครั้งที่เดา ทำงานแทนคุณทีละคำถาม ทีละตา จนค่ำคืนนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียง “อ๋อออ!” และความรู้สึกดี ๆ ที่ว่าพวกเรากำลังคิด–เดา–และสนุกไปในเส้นทางเดียวกันบนกระดานเดียวกันจริง ๆ 💛